การออกกำลังกายในสตรีตั้งครรภ์

ขณะตั้งครรภ์ สตรีที่ตั้งครรภ์อาจจะเหนื่อยเพลียมากขึ้น มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยบรรเทาให้สิ่งเหล่านี้ดีขึ้น เพิ่มความกระฉับกระเฉง และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ดังนี้ ลดอาการปวดหลัง ท้องผูก ท้องอืด และขาบวม อาจช่วยป้องกันการเกิดเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และอาจช่วยในการรักษากรณีเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เพิ่มพลังงาน เสริมความสมบูรณ์ ความแข็งแรง และความคงทนของกล้ามเนื้อ

ช่วยให้อารมณ์แจ่มใสเบิกบาน นอนหลับได้ดีขึ้น ช่วยให้รูปร่างดีขึ้น เพิ่มความสามารถในการเตรียมตัวเพื่อการคลอด ก่อนเริ่มออกกำลังกาย สตรีตั้งครรภ์ควรได้รับการประเมินก่อนว่ามีข้อห้ามของการออกกำลังกายขณะตั้งครรภ์หรือไม่ เช่น มีเลือดออกทางช่องคลอด เจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด ถุงน้ำคร่ำแตก มีรกเกาะต่ำ เป็นการตั้งครรภ์แฝด หรือหากมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแทพย์ก่อนว่าจะสามารถออกกำลังกายได้หรือไม่ หรือการออกกำลังกายชนิดใดที่เหมาะสม
สตรีตั้งครรภ์ควรเริ่มออกกำลังกายเมื่อใด ? 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ควรออกกำลังกายแบบเบา ๆ และทำอย่างช้า ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายเป็นประจำมาก่อน แล้วจึงค่อย ๆ เพิ่มขึ้นใน 3 เดือนถัดมา ควรเริ่มต้นออกกำลังกายวันละ 5-15 นาทีก่อน แล้วเพิ่มเวลาขึ้น 5 นาทีต่อสัปดาห์ จนสามารถทำต่อเนื่องได้วันละ 30 นาที เริ่มจากสัปดาห์ละ 3 วัน แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ละ 4 วัน สำหรับการตั้งครรภ์ 3 เดือนสุดท้ายอาจลดเวลาและลดความแรงในการออกกำลังกายลง
ข้อควรระวังในการออกกำลังกาย ขณะตั้งครรภ์ เอ็นที่ยึดข้อต่อจะคลายตัว ทำให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้มาขึ้น เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ควรเลี่ยงการเคลื่อนไหวที่มีการสะบัด / เหวี่ยง / กระแทก / กระโดด น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นทำให้ศูนย์ถ่วงของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง เพิ่มแรงกดต่อกระดูกและข้อ ทำให้ความสมดุลของร่างกายลดลง เกิดอาการปวดหลัง และเสียการทรงตัวทำให้ล้มง่าย โดยเฉพาะเมื่ออายุครรภ์มากขึ้น การตั้งครรภ์ทำให้ร่างกายทำงานหนักมากขึ้น การออกกำลังเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อ จึงไม่ควรออกกำลังมากจนเกินไป. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth